ข่าวสารด้านยางพารา

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 97.8 ในเดือนพ.ย. หลังจากดีดตัวแตะระดับ 100.7 ในช่วงสิ้นเดือนต.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีจะทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นแตะ 101.1 ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี นายริชาร์ด เคอร์ติน หัวหน้านักวิเคราะห์สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองในเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ Nowcast แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 3.15% ในไตรมาส 4 โดยต่ำกว่าเล็กน้อยจากตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.16% ที่ระบุไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ เฟดคงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐใกล้เคียงระดับ 3.2% เนื่องจากสัปดาห์นี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมากนักที่จะส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 97.8 ในเดือนพ.ย. หลังจากดีดตัวแตะระดับ 100.7 ในช่วงสิ้นเดือนต.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีจะทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนต.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นแตะ 101.1 ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีนายริชาร์ด เคอร์ติน หัวหน้านักวิเคราะห์สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองในเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาลที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 9 แท่น สู่ระดับ 738 แท่นในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. การเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์นี้ มีจำนวนสูงกว่าระดับ 452 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) หลังมีการเปิดเผยข้อมูลแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังแกว่งตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 56.74 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ปรับตัวขึ้น 2.3% ในรอบสัปดาห์   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 41 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 63.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ตลอดทั้งสัปดาห์ ปรับตัวขึ้น 2% โดยทั้ง WTI และเบรนท์ ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 9 แท่น สู่ระดับ 738 แท่นในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. การเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์นี้ มีจำนวนสูงกว่าระดับ 452 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน รวมทั้งการที่กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศกวาดล้างการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมกุฎราชกุมารอัลวาลีด บิน ทาลาล และเจ้าชายคนอื่นๆ รวมทั้งรัฐมนตรี มหาเศรษฐี และอดีตเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ทั้งนี้ ทางการซาอุดิอาระเบียออกประกาศเตือนประชาชนมิให้เดินทางเข้าสู่เลบานอน พร้อมกับสั่งชาวซาอุดิอาระเบียที่อยู่ในเลบานอนให้รีบเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คำเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าได้ทำการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังการรุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน เลบานอนได้ถูกดึงเข้าสู่ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน นับตั้งแต่ที่นายซาอัด อัล-ฮารีรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลบานอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ได้กล่าวหาอิหร่าน และกลุ่มฮิสบอลลาห์ในแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งของเขา นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน โดยซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต่างก็สนับสนุนให้มีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ความคาดหวังของนักลงทุนที่ว่าโอเปกจะขยายเวลาลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนนี้ และข่าวกษัตริย์ซาอุฯกวาดล้างการทุจริตในประเทศครั้งใหญ่ ได้หนุนให้สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2558 เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยในวันนี้ว่า สถาบันการเงินของจีนได้รับเม็ดเงินสุทธิจำนวน 1.23 พันล้านดอลลาร์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในไตรมาส 3SAFE ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 3 สถาบันการเงินของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ ได้รับเม็ดเงินไหลเข้ารวม 3 พันล้านดอลลาร์จากการลงทุนของต่างประเทศ ขณะที่มีเม็ดเงินไหลออก 1.8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มีเม็ดเงินสุทธิจาก FDI จำนวน 1.23 พันล้านดอลลาร์ครั้งนี้นับเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันที่จีนมีตัวเลข FDI สุทธิเป็นบวก หลังจากที่มี FDI สุทธิจำนวน 2.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ขณะที่ไตรมาส 1 จีนมีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิ 1.3 พันล้านดอลลาร์นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจนอกภาคการเงินของจีนมี FDI เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับที่ลดลง 0.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)
ผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะประชุมร่วมกันในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการค้าเสรีและมาตรการที่จะต่อต้านการปกป้องการค้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก การประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ถูกจับตาว่าบรรดาผู้นำจะสามารถบรรลุฉันทามติในการประชุมที่มีนายทรัมป์เข้าร่วมด้วยได้หรือไม่ เนื่องจากทรัมป์นั้นประกาศกร้าวมาโดยตลอดว่า เขาสนับสนุนข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีภายใต้นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" ซึ่งขัดกับความร่วมมือด้านการค้าแบบพหุภาคีที่กลุ่มเอเปคให้การสนับสนุน   ประเทศสมาชิกเอเปครวมกลุ่มกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างในภูมิภาค โดยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจประกอบด้วยออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย สหรัฐ และเวียดนาม ทั้งนี้ การประชุมผู้นำเอเปคจะปิดฉากในวันนี้ และจะมีการประกาศปฏิญญาร่วมกัน   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า กยท. สนับสนุนและส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ รวมถึงการแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า ซึ่งการแปรรูปยางจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาราคายางที่มีความผันผวนได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมมากที่สุดโดยที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มุ่งเน้นไปในด้านการแปรรูปยางและนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับยางพารา เช่น โครงการยางล้อประชารัฐ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่เกิดจากการบูรณาการจากองค์กร 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคเกษตรกร เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ขณะนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากเกษตรกรและผู้ที่สนใจในพื้นที่ภาคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคตะวันออกที่ร่วมนำร่องโครงการยางล้อประชารัฐจังหวัดตราด ตั้งจุดจำหน่ายผู้ที่สนใจภาคตะวันออกและภาคกลาง สามารถติดต่อซื้อล้อยางได้ที่ กยท.จ.ตราดนอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทางหลวง จะนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในภารกิจของกรมทางหลวง ได้แก่ เสาหลักนำทาง แบริเอ่อร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้อย่างในประเทศแล้วยังเป็นการช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ที่สำคัญ ยังเพิ่มปริมาณการใช้ยางให้มากขึ้นด้วย รวมไปถึงในอนาคต กยท. มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรแปรรูปหมอนยางพาราภายใต้คุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน โดยให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตหมอนยางพารา เข้าร่วมโครงการเพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และ กยท. จะดำเนินการเร่งหาตลาดในการส่งออกผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยร่วมกับกลุ่มสหกรณ์และผู้ประกอบการกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ“ขอบคุณความร่วมมือต่างๆ จากเกษตรกรและสถาบันเกษตรชาวสวนยาง รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ กยท. พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ ไปทบทวนและหาแนวทางแก้ปัญหา และเชื่อว่าหากมีการทำงานร่วมกันเดินไปด้วยกัน เราก็จะสามารถผ่านทุกปัญหาไปได้" นายณกรณ์ กล่าวด้านนายวิชระ ชื่นอารมณ์ ประธานสหกรณ์เครือข่ายยางพารา จ.ตราด กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางตอนนี้ ทางสหกรณ์ได้ช่วยรับซื้อพยุงราคาให้เกษตรกรรายย่อยซึ่งสูงกว่าเอกชนอื่นๆ ในพื้นที่ โดยน้ำยางสดทางสหกรณ์รับซื้อที่ราคา 41 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ มองว่าการแก้ปัญหาราคายางอีกวิธีที่ดี คือ การแปรรูปยางและส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ยางให้เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกวัตถุดิบยางถึง 87% ในขณะที่ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ยางแค่ 13% จึงไม่สามารถแก้ปัญหายางในประเทศได้ในระยะยาว เมื่อเกษตรกรสามารถแปรรูปและมีรายได้จากผลิตภัณฑ์แทนการขายแต่วัตถุดิบเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งราคายางเพียงอย่างเดียว อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยเหลือด้านราคายางในระยะยาว ซึ่งจะยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนนายเกรียงไกร เทพินทร์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงราคายางผันผวน เกิดขึ้นตามกลไกการตลาด จะต้องส่งเสริมการเพิ่มมูลค่ายางพาราโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ ใช้ในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ ไม่หยุดแค่วัตถุดิบยางเท่านั้น ขณะนี้ทางสหกรณ์ก็ได้แปรรูปวัตถุดิบยางที่รับซื้อเป็นหมอนยางพารา ซึ่งการทำหมอนยางพาราจะเป็นการช่วยเหลือสมาชิกของสหกรณ์ นอกจาก การรับซื้อน้ำยางแล้ว ยังให้กลุ่มแม่บ้านชาวสวนยางตัดเย็บปลอกหมอนเพื่อส่งขายพร้อมหมอนยางพาราด้วยที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์เงินบาทสัปดาห์หน้า (13-17 พ.ย.)  โดยธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยคงต้องติดตามทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ จากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด ) ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนพ.ย. ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคานำเข้าและส่งออก ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้านและการขออนุญาตก่อสร้างเดือนต.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ และข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิ สู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนก.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3/60 ของญี่ปุ่น และยูโรโซนด้วยเช่นกัน   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)  
ผู้นำเอเปคย้ำคำมั่นในการต่อสู้กับการปกป้องการค้า พร้อมระบุในปฏิญญาถึงความสำคัญของข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคี ในการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 25 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม วันนี้ การประชุมผู้นำเอเปค ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ถูกจับตาว่าบรรดาผู้นำจะสามารถบรรลุฉันทามติในการประชุมที่มีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเข้าร่วมเป็นครั้งแรกได้หรือไม่ เนื่องจากทรัมป์นั้นประกาศกร้าวมาโดยตลอดว่า เขาสนับสนุนข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีภายใต้นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" ซึ่งขัดกับความร่วมมือด้านการค้าแบบพหุภาคีที่กลุ่มเอเปคให้การสนับสนุน   ประเทศสมาชิกเอเปครวมกลุ่มกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างในภูมิภาค โดยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจประกอบด้วยออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย สหรัฐ และเวียดนาม ทั้งนี้ การประชุมผู้นำเอเปคจะปิดฉากในวันนี้ และจะมีการประกาศปฏิญญาร่วมกัน   ที่มา--อินโฟเควสท์ (11/11/2560)