ข่าวสารด้านยางพารา

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 5% เทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.012 หมื่นล้านหยวน ส่วน FDI ในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. เพิ่มขึ้น 1.9% เทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.787 แสนล้านหยวน   ที่มา--อินโฟเควสท์ (14/11/2560)  
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ขยายตัวที่ระดับ 0.8% จากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 0.6% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.6% โดยปัจจัยที่ทำให้ GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวได้ดีขึ้นนั้น มาจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออกและการลงทุน หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 3 ของเยอรมนี ขยายตัว 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์   ที่มา--อินโฟเควสท์ (14/11/2560)  
นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น "การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว ทั้งนี้ นางเยลเลนขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นางเยลเลนในฐานะประธานเฟด นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)   ทีมา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)  
นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยอมรับว่า ปัจจัยหนึ่งที่ท้าทายเฟดก็คือ การที่เฟดมีสมาชิกคณะกรรมการจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน ขณะที่ทำการสื่อสารด้านนโยบาย "เรามีสมาชิกคณะกรรมการเฟดมากถึง 19 คน และเราก็ใช้ระบบประชาธิปไตยสำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งระบบดังกล่าวได้เริ่มขึ้นจากประธานเฟดคนก่อนๆ" นางเยลเลนกล่าว   นอกจากนี้ นางเยลเลนยังกล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น "การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว ทั้งนี้ นางเยลเลนขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นางเยลเลนในฐานะประธานเฟด นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)  
นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า การส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้าสำหรับนโยบายการเงินในอนาคตได้ประสบความสำเร็จในการผลักดันการคาดการณ์ของตลาด และขณะนี้มาตรการชี้นำล่วงหน้าดังกล่าวได้ถือเป็นเครื่องมือด้านนโยบายที่มีความสำคัญ "มาตรการชี้นำล่วงหน้าได้กลายเป็นเครื่องมือด้านนโยบายอย่างเต็มตัว โดยประสบการณ์ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ และเราจะทิ้งเครื่องมือนโยบายการเงินแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ" นายดรากีกล่าว   ทั้งนี้ นายดรากีขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดย ECB ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายดรากีในฐานะประธาน ECB นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทางด้านนางเยลเลนกล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น "การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว นอกจากนี้ นางเยลเลนยังยอมรับว่า ปัจจัยหนึ่งที่ท้าทายเฟดก็คือ การที่เฟดมีสมาชิกคณะกรรมการจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน ขณะที่ทำการสื่อสารด้านนโยบาย "เรามีสมาชิกคณะกรรมการเฟดมากถึง 19 คน และเราก็ใช้ระบบประชาธิปไตยสำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งระบบดังกล่าวได้เริ่มขึ้นจากประธานเฟดคนก่อนๆ" นางเยลเลนกล่าว ที่มา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)  
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายไตรมาส และต่ำกว่าระดับ 0.7% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 2.5% ในไตรมาส 3 และสูงกว่าระดับ 2.3% ในไตรมาส 2   ที่มา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)  
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนก.ย.   การดีดตัวของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาในภาคบริการ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 2.8% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร,พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้เพิ่มขึ้น 0.2% เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนต.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.1% ในเดือนก.ย. ที่มา--อินโฟเควสท์  (15/11/2560)  
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กำลังพิจารณาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า "อดีตที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ถ้าเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างมาก เฟดก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้ตามทันการปรับตัวของเศรษฐกิจ" นายแคปแลนกล่าว ต่อข้อถามที่ว่า เขากำลังพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าหรือไม่ นายแคปแลนกล่าวว่า เขากำลังพิจารณามาตรการที่เหมาะสม ประธานเฟดสาขาดัลลัส ยังกล่าวว่า อัตราการว่างงานที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปีในเดือนต.ค. จำเป็นต้องได้รับการจับตาอย่างระมัดระวัง   ที่มา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)  
รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 3 ขยายตัว 1.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ หากเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่นขยายตัว 0.3%   ที่มา--อินโฟเควสท์  (15/11/2560)  
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (14 พ.ย.) หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้ และปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานที่บ่งชี้ว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้   สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 55.70 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 95 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 62.21 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจาก IEA ประกาศปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้ และปีหน้า โดยระบุถึงความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลง ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกทำการเพิ่มการผลิต ทั้งนี้ IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันราว 100,000 บาร์เรล/วันในปีนี้ และปีหน้า สู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน และ 1.3 ล้านบาร์เรล/วันตามลำดับ IEA ระบุว่า อุณหภูมิที่อบอุ่นขึ้นจะทำให้มีการลดการใช้น้ำมัน ขณะที่การเพิ่มการผลิตจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกจะส่งผลให้ตลาดน้ำมันกลับสู่ภาวะน้ำมันล้นตลาดในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า รายงานของ IEA สวนทางกับรายงานของกลุ่มโอเปกเมื่อวันจันทร์ โดยโอเปกได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันราว 130,000 บาร์เรล/วัน จากตัวเลขคาดการณ์เดิม สู่ระดับ 1.51 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันตลาด โดยรายงานระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 14% นับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว สู่ระดับ 9.62 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่คาดว่าการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) จะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกันในเดือนธ.ค. นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลล์เอสแอนด์พี โกลบอล แพลทส์ คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะลดลง 1 ล้านบาร์เรล ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. อีกทั้งคาดว่าสต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลง 1 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นจะลดลง 2 ล้านบาร์เรล ที่มา--อินโฟเควสท์ (15/11/2560)