ข่าวเด่น

ข่าวสารด้านยางพารา

Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ประจำเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 1.2% หลังจากที่ร่วงลง 0.2% ในเดือนก.ย.นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนต.ค.ทั้งนี้ ดัชนี LEI ถือเป็นดัชนีบ่งชี้ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคำนวณจากตัวเลขเศรษฐกิจ 10 รายการ ซึ่งรวมถึง คำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต, ราคาหุ้น และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานนายแอททาแมน โอซิลดิริม ผู้อำนวยการ Conference Board กล่าวว่า ดัชนี LEI บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งในช่วงเทศกาลวันหยุด และช่วงเข้าสู่ปีใหม่ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560)
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านบริหาร กล่าวว่า  ทุกวันนี้ กยท.ได้เดินหน้าขับเคลื่อนให้การสนับสนุนเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ตลอดจนผู้ประกอบกิจการยาง ตาม พ.ร.บ.กยท.พ.ศ.2558 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเงินสนับสนุนเพื่อเป็นสวัสดิการให้พี่น้องชาวสวนยาง ไม่ว่าจะเป็น กรณีสวนยางประสบภัยธรรมชาติ เสียชีวิต และบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีตัวแทนเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ปัจจุบันมูลค่าที่ใช้จ่ายเพื่อเป็นสวัสดิการชาวสวนยางรวมทั้งสิ้น 31,619,500 บาทสำหรับสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำนั้น แม้ว่าในช่วงฤดูฝนของบางพื้นที่ถึงแม้เกษตรกรชาวสวนยางจะกรีดยางได้น้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ราคายางจะปรับสูงขึ้น เพราะยังมีผลผลิตในภาคอื่นๆ ของประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศผู้ปลูกยางรายใหม่ เช่น กัมพูชา อินเดีย หรือเวียดนาม ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นปกติ"ฝนตกไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่จะทำให้ราคายางปรับตัว ยกเว้นกรณีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจมีผลต่อปริมาณและความต้องการใช้ยาง เช่น ช่วง ธ.ค.59 – ก.พ. 60 หลายพื้นที่ภาคใต้ประสบน้ำท่วมเป็นเวลานาน เป็นต้น ที่สำคัญราคายาง ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย" นายสุนันท์ กล่าวโดยสถานการณ์ปัจจุบันประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลก อย่างจีน สหรัฐฯ หรือญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลต่อการซื้อขายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเก็งกำไร และความกังวลของนักลงทุนในตลาดล่วงหน้า ส่งผลให้เกิดการชะลอซื้อ และกระทบต่อราคายาง ทั้งในตลาดล่วงหน้า ตลาดซื้อขายจริงในประเทศให้ปรับตัวตามไปด้วย การให้ข้อมูลข่าวเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อราคายางด้วยเช่นกัน ทุกภาคส่วนจึงต้องให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง มีแหล่งอ้างอิงและตรวจสอบได้รองผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ภาครัฐมีกระบวนการตรวจสอบสต็อกยางตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 แต่การจำกัดปริมาณส่งออกยางซึ่ง กยท.เคยให้ข้อมูลไปแล้วว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีของประเทศสมาชิก ITRC มีความเห็นร่วมกันว่า มาตรการนี้ จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อสภาวะราคาปรับลดลงในระดับหนึ่ง โดยมีการเอ็กซเรย์สถานการณ์ราคายางอย่างใกล้ชิด หากมีความผันผวนผิดปกติจะรีบเชิญประเทศสมาชิกประชุมเร่งด่วนร่วมกันเพื่อขอความเห็นชอบต่อไปส่วนการส่งเสริมใช้ยางในประเทศได้นำร่องโดยหน่วยงานรัฐ ด้วยการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยี ในการนำยางพาราไปใช้เพื่อเพิ่มมูลค่ายาง ขณะนี้มีหลายหน่วยงานภาครัฐที่เสนอและจัดสรรงบประมาณในการนำยางไปใช้ ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา แต่มั่นใจว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้รับนโยบาย เพื่อให้เดินหน้าใช้ยางอย่างเต็มที่"นอกจากนี้อัตราค่าธรรมเนียมส่งออกยางแบบคงที่ ไม่กระทบต่อราคายาง แต่ในทางกลับกันจะเป็นการทราบต้นทุนที่แท้จริงในการส่งออกยางของผู้ประกอบกิจการยาง ไม่ต้องเก็งกำไร ไม่ต้องกดราคาต้นทุน เป็นผลดีต่อเกษตรกรจะขายผลผลิตในราคาตามคุณภาพยางจริง" นายสุนันท์ กล่าวสำหรับประเด็นข่าวยางแลกปุ๋ยนั้นไม่เป็นความจริง ทาง กยท.ไม่มีนโยบายดำเนินโครงการดังกล่าว และผู้บริหาร กยท.พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนนำไปเผยแพร่ เพื่อจะได้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560)
โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า สภาวะตลาดแรงงานสหรัฐ และแนวโน้มเงินเฟ้อที่กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปี 2561นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปีหน้ามีแนวโน้มการขยายตัวแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคน รวมทั้งแผนการปฏิรูปภาษีนอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปี 2561 เป็น 2.5% และปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานลงเหลือ 3.7% ในช่วงสิ้นปี 2561สำหรับในปีนี้ เฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้ง และล่าสุดได้มีการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560)
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้า 2.8536 แสนล้านเยน (2.5 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนต.ค. ซึ่งทำสถิติเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากยอดส่งไปยังจีนและประเทศอื่นๆในเอเชีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง   ทั้งนี้ ยอดส่งออกในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.69 ล้านล้านเยน และยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 18.9% สู่ระดับ 6.41 ล้านล้านเยน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐ 6.447 แสนล้านเยนในเดือนต.ค. โดยยอดส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐปรับตัวขึ้น 7.1% สู่ระดับ 1.28 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.1% สู่ระดับ 6.37 แสนล้านเยน ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้ากับจีน ลดลง 22.5% สู่ระดับ 2.6568 แสนล้านเยน หลังจากยอดส่งออกทะยานขึ้น 26% แตะที่ 1.35 ล้านล้านเยน ซึ่งมากกว่ายอดการนำเข้าซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 14.3% แตะที่ระดับ 1.62 ล้านล้านเยน ที่มา--อินโฟเควสท์ (20/11/2560)  
โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปีหน้า เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐอยู่ในภาวะตึงตัว และภาพรวมด้านเงินเฟ้อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งในปี 2561 ขณะที่อัตราว่างงานอยู่เริ่มปรับตัวลดลง และมีแนวโน้มที่จะลดลงอีกในวันข้างหน้า   ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า อัตราการว่างงานเดือนต.ค.ลดลงสู่ระดับ 4.1% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.2% ส่วนตัวเลขจ้างงานในเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 261,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้นเพียง 18,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. นักวิเคราะห์โกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งเพียงพอต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ของสหรัฐในปีหน้า ขึ้นสู่ระดับ 2.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะลงแตะ 3.7% ภายในปี 2561 และลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5% ภายในปี 2562 ที่มา--อินโฟเควสท์ (20/11/2560)  
นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน Frankfurt Banking Congress ที่เมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนีในวันนี้ว่า ถึงแม้ว่า เศรษฐกิจของยูโรโซนจะอยู่ในสภาพที่สดใส แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ยังคงขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นจากธนาคารกลางยุโรป ประธานธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ด้านเงินเฟ้อยังคงซบเซา ดังนั้น ในขณะที่เรามีความเชื่อมั่นในเรื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เราจะเป็นต้องอดทนและใช้วิธีการที่ต่อเนื่องกับนโยบายการเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะสามารถบรรลุเป้าหมายในเรื่องราคาในระยะกลางได้ นายดรากี กล่าวด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารในยุโรปแต่อย่างใด และเมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคารแล้ว นโยบายการเงินที่ได้มีการใช้อยู่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบในด้านลบแต่อย่างใด   ที่มา--อินโฟเควสท์ (20/11/2560)  
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ มาที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 30 เดือน "สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทยังคงเป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย เพราะมี สาเหตุหลักร่วมกัน จากทิศทางการอ่อนค่าของ เงินดอลลาร์ฯ ซึ่งในช่วงนี้ขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม หลังจากตลาดทยอยรับรู้โอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในเดือนธันวาคม 2560 ที่จะถึงนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในทางกลับกัน ปัจจัยกดดันเงินดอลลาร์ฯ กลับมีเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะแผนปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปร่วมกันในสภาคองเกรส"   นอกจากเงินดอลลาร์ฯ จะขาดปัจจัย บวกแล้ว หากกลับมามองปัจจัยในฝั่งของเงินบาท ก็คงต้องยอมรับว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล อย่างต่อเนื่องของไทย นับเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง สำคัญที่หนุนให้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ที่แข็งค่า สำหรับปัจจัยที่กำหนดทิศทางของเงินบาท ในปีหน้านั้น มองว่า ปัจจัยพื้นฐานจาก ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีโอกาสเกินดุลต่อเนื่อง (ที่ประมาณ 38.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ตามตัวเลขคาดการณ์ของธปท.)อาจจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนทิศทางเงินบาท เพราะแม้เงินดอลลาร์ฯ จะยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ในช่วงปีข้างหน้า ตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและทยอยลดงบดุล และอาจมีแรงหนุนเพิ่มเติมหากแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ แต่คงต้องยอมรับว่า ปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ (ซึ่งอาจจะมีผลให้เงินบาทขยับอ่อนค่า) ทั้ง 2 เรื่องนั้น ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่อง "จังหวะเวลา" ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในระหว่างปี และช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนของการเดินหน้าได้จริงแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ "ความผันผวนของสถานการณ์ค่าเงินดอลลาร์ฯ จึงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจ จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคงต้องยอมรับว่า กระแสรายรับของผู้ประกอบการ ภาคการส่งออกของไทยส่วนใหญ่กว่า 77% ของการส่งออกรวม จะเป็นรายรับในรูปของสกุลเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงและความ ผันผวนเมื่อแปลงกลับมาเป็นรายได้ในรูปเงินบาท ตามจังหวะเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่า (ขณะที่ รายรับที่อยู่ในรูปเงินบาท ซึ่งปลอดภัยจากความผันผวนของ นอกจากนี้ การเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาทิ สัญญาฟอร์เวิร์ด และออปชั่น คงเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560  
นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.79 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก   เย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ 32.85 บาท/ดอลลาร์ "ดอลลาร์ในตลาดโลกดูเหมือนจะดีขึ้น แต่เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตรา สารหนี้กว่าหมื่นล้าน ซึ่งดูแล้วก็น่าเป็นห่วงเพราะผู้เล่นมองไปในทิศทางเดียวกัน" นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 32.75-32.90 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/60 และแนวโน้มปี 60-61 ในช่วงเช้านี้ บันทึกรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย.   * ปัจจัยสำคัญ   - เงินเยนอยู่ที่ 112 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ (17 พ.ย.) ที่อยู่ที่ระดับ 112.53 เยน/ดอลลาร์ - ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.1743 ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ (17 พ.ย.) ที่อยู่ที่ระดับ 1.1796 ดอลลาร์/ยูโร - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.8570 บาท/ ดอลลาร์ - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3/60 และ แนวโน้มปี 60-61 เช้านี้ - ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ (20-24 พ.ย.) ที่ 32.70-33.00 บาทต่อ ดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 3/2560 ของไทย รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ. ย. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ย. - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุจากเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ ซึ่งนับเป็นสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 30 เดือน ทั้งนี้ สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทยังคงเป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสการ แข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย เพราะมีสาเหตุหลักร่วมกันจากทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งในช่วงนี้ขาดปัจจัยหนุน ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม - "สมคิด" ย้ำเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องพร้อมผลักดันโครงการรัฐเดินหน้าเต็มสูบด้าน "หอการค้าไทย" คาด เศรษฐกิจปี 61 โต 4.2% ลงทุนรัฐ-เอกชน-อีอีซี-ส่งออก-การเมืองนิ่ง-ท่องเที่ยวพุ่งหนุน จับตานโยบายสหรัฐฯ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 13.7% ในเดือนต.ค. สู่ระดับ 1.29 ล้าน ยูนิต เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเริ่มสร้างบ้านในเขตมิดเวสท์และรัฐทางใต้ที่เริ่มจะฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพา ยุเฮอร์ริเคน ในขณะที่ความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้สร้างบ้านยังคงแข็งแกร่งมาโดยตลอด ด้วยแรงหนุนจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และ อัตราดอกเบี้ยการจำนองที่อยู่ในระดับต่ำ - สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักบางสกุล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 พ. ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายดังกล่าวถูกส่งให้กับวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อทำ การพิจารณาเป็นลำดับต่อไป - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 พ.ย.) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยได้รับ แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกัน รวมถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการสืบสวนทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรณีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 - ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส คาดการณ์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. เนื่องจากอัตราว่างงานของสหรัฐปรับตัวลดลง - รัฐมนตรีคลังสหรัฐ คาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันจะสามารถผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และเชื่อว่าจะถูกส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาส - รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมยื่นข้อเสนอเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพ ยุโรป (Brexit) ก่อนคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดการประชุมรอบหน้าวันที่…
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้า 2.854 แสนล้านเยนในเดือนต.ค. ขณะที่ยอดส่งออกในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 18.9%   ที่มา--อินโฟเควสท์ (20/11/2560)  
เหมง เหว่ย โฆษกของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) กล่าวว่า NDRC ได้อนุมัติโครงการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ 16 โครงการ วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 6.6 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงการในอุตสาหกรรมพลังงาน คมนาคม และไฮเทค นอกจากนี้ ยังรวมถึงโครงการอุปกรณ์ทดสอบเครื่องจักรก๊าซแบบคาร์บอนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โครงการเหล่านี้จะมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาด้านการบิน ไฟฟ้า และชิปปิ้ง อย่างเป็นอิสระ การลงทุนในสินทรัพย์คงที่เป็นเครื่องจักรที่สำคัญสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน แม้ว่า จีนจะพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริโภคมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ของจีน ขยายตัว 7.3% ต่อปีในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 7.5% ในเดือนม.ค.-ก.ย.   ที่มา--อินโฟเควสท์ (18/11/2560)