ข่าวสารด้านยางพารา

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย.ทั้งนี้ ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของค่าเช่า และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.4% หลังพุ่งขึ้น 13.1% ในเดือนก.ย. หลังจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มรัฐเท็กซัสของสหรัฐ จนทำให้โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราวราคาอาหารทรงตัวในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.ย.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 2.0% ในเดือนต.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากดีดตัวขึ้น 2.2% ในเดือนก.ย.หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.ย.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานดีดตัวขึ้น 1.8% ในเดือนต.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 1.7% เป็นเวลา 5 เดือนติดต่อกันที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
บริษัทสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า เศรษฐกิจอิตาลีมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ประสบภาวะซบเซาเป็นเวลา 6 ปีS&P เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอิตาลีมีการขยายตัว 1.5% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีนักวิเคราะห์ระบุว่า เศรษฐกิจของอิตาลีมีการขยายตัวทุกภาคส่วน ขณะที่การลงทุนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากที่หยุดชะงักในช่วงต้นปีขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยมีการสร้างงานใหม่จำนวน 150,000 ตำแหน่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้สำนักงานสถิติอิตาลีรายงานว่า GDP ในไตรมาส 3 ปรับตัวขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายไตรมาส และพุ่งขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปีตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าอิตาลีมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าสหราชอาณาจักรที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.2 ล้านบาร์เรลส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 894,000 บาร์เรล เทียบกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 919,000 บาร์เรลสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 799,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.3 ล้านบาร์เรลEIA ยังระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.65 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ชะลอตัวลงในเดือนพ.ย. หลังจากมีการขยายตัวสูงสุดรอบ 3 ปีในเดือนต.ค.ทั้งนี้ ดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 19.4 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 30.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีอย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์กคำสั่งซื้อใหม่มีการขยายตัวมากขึ้น ขณะที่การจ้างงานชะลอตัวลงที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนก.ย.นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะทรงตัวในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนต.ค.ยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. ได้รับแรงหนุนจากการซื้อรถยนต์ แม้อุปสงค์สำหรับวัสดุก่อสร้างได้ปรับตัวลงส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย.ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
นายซูเฮล อัล-มัสรู รมว.พลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า ผู้ผลิตน้ำมันที่อยู่นอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโอเปก ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจำนวน 14 ชาติทั้งนี้ ต่อข้อถามที่ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต จะสามารถเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของโอเปกหรือไม่นั้น นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "เรามีความพร้อม และมีความปรารถนาที่จะขยายโอเปกออกไป""เป็นเรื่องยากที่จะพยายามสร้างความสมดุลแก่ตลาดตามลำพัง ซึ่งผมคิดว่าทางกลุ่มจะยังคงจับมือกัน และอาจจะขยายตัวโดยรับสมาชิกมากขึ้น" เขากล่าวนายอัล-มัสรูยังคาดว่า โอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก จะบรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมสิ้นเดือนนี้นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "การคาดการณ์ของผมก็คือโอเปกจะยังคงดำเนินการปรับลดการผลิตต่อไปเพื่อสร้างความสมดุลในตลาด"เขากล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกประเทศใดแสดงการคัดค้านการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่ที่ประชุมยังคงต้องพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับช่วงเวลาในการขยายการปรับลดการผลิตนักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต่างก็สนับสนุนให้มีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้าที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสส์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
ทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการในไตรมาส 3 ดีกว่าที่คาดไว้ทั้งนี้ ทาร์เก็ตระบุว่า บริษัทมีกำไรที่ระดับ 91 เซนต์/หุ้น ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 86 เซนต์/หุ้นขณะเดียวกัน บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 1.667 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.661 หมื่นล้านดอลลาร์ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
สู่ระดับ 33.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน กลุ่ม ประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานประจำเดือนพ.ย.ระบุว่า ประเทศต่างๆทั่วโลกจะมีความต้องการใช้น้ำมันโอเปกในปีหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 33.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 360,000 บาร์เรลต่อวันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันของโอเปก นับตั้งแต่ที่มีการประเมินครั้งแรกในเดือนก.ค. นอกจากนี้ รายงานยังคาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้น 1.51 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 130,000 บาร์เรลต่อวันจากตัวเลขคาดการณ์เดิม สู่ระดับ 98.45 ล้านดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ดีดตัวสู่ระดับ 3.7% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.5% รายงานระบุว่า การประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. นี้ หากสมาชิกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร๋เรลต่อวันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรลต่อวัน ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560)
Cepsa Energy Outlook 2030 คือรายงานวิจัยที่นำเสนอภาพสัดส่วนการใช้พลังงาน (energy mix) ในปี 2030 พร้อมกับตอบคำถามต่างๆ เช่น ประเทศใดและเทคโนโลยีใดที่จะตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน, ผลพวงของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง และระบบขนส่งจะพัฒนาไปอย่างไรเมื่อเทียบกับรถยนต์ส่วนตัว เป็นต้น ในการศึกษาจากมุมมองด้านพลังงาน Cepsa ได้พิจารณากฎระเบียบข้อบังคับ การผลิต และการใช้พลังงานของภูมิภาคต่างๆ และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้คุมกฎ กลุ่มผู้ผลิต และกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งรายงานฉบับนี้จะแสดงให้เห็นว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการกำหนดทิศทางพลังงาน ในอนาคต กลุ่มผู้คุมกฎ ประกอบด้วยประเทศในกลุ่ม OECD ทั้งหมดยกเว้นเม็กซิโก ซึ่งมีตลาดพลังงานที่มีการควบคุมอย่างดี และคาดว่าจะมีอุปสงค์พลังงานต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ ต่อมาคือ กลุ่มผู้ผลิต ประกอบด้วยประเทศผู้ส่งออกพลังงานในละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอดีตสหภาพโซเวียต สุดท้ายคือ กลุ่มผู้บริโภค ประกอบด้วยประเทศในเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้พลังงานมหาศาลในอนาคต ทิศทางพลังงานปี 2030 รายงาน Cepsa Energy Outlook 2030 ระบุว่า ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและครองส่วนแบ่งตลาด มากขึ้น ทว่ายานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้จะยังครองตลาดด้วยสัดส่วน 85% ขณะเดียวกัน อุปสงค์น้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลง เนื่องจากมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นร่วมด้วย อุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะได้รับแรงหนุนหลักจากชนชั้นกลางในเอเชียที่คาด ว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของการผลิตพลังงานไฟฟ้าในช่วง 15 ปีข้างหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนก๊าซธรรมชาติตามมาเป็นอันดับสอง แต่จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นแค่ 1% เนื่องจากถูกบดบังโดยการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน จะยังคงครองสัดส่วนพลังงานโลกในปี 2030 แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากก็ตาม รายงานยังระบุด้วยว่า ประเทศจีน อินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆในเอเชีย จะมีอุปสงค์พลังงานสูงสุด โดยเทียบเท่าน้ำมันดิบ 1,770 ตัน ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ หลังดีดตัวขึ้นในช่วงแรกจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ดีดตัวขึ้นเกินคาด ตัวเลขดัชนี PPI ที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.384% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.842% ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนก.ย. การดีดตัวของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาในภาคบริการ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 2.8% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร,พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้เพิ่มขึ้น 0.2% เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนต.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.1% ในเดือนก.ย. ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)