ข่าวสารด้านยางพารา

บริษัท Vietnam Rubber Group (VRG) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของเวียดนาม ได้อนุมัติการขายหุ้น 25 % ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก มูลค่า 12.8 พันล้านด่อง (563 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) การขายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเวียดนามที่จะลดหุ้นของรัฐวิสาหกิจ หลังรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปีที่แล้ว โดยรัฐบาลได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่า มีแผนที่จะขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจ 135 แห่งในปี 2017 VRG มีแผนที่จะขายหุ้น 11.88 % ของบริษัทฯ ให้กับสาธารณชน และอีก 11.88 % ให้กับผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ แต่บริษัทฯ ยังไม่ได้คัดเลือกผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขายหุ้นให้กับพนักงานของบริษัทฯ และสหภาพแรงงาน 1.21 และ 0.03 % ตามลำดับ และรัฐบาลเวียดนามจะถือหุ้น 75 % ที่เหลือ ที่มา: http://rubberjournalasia.com/vietnam-rubber-group-plans-to-raise-563-million-in-share-sale/  (10/11/2560)  
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวขึ้นในวันนี้ ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี โดยได้ปัจจัยบวกจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ณ เวลา 23.55 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ 0.79% สู่ระดับ 57.26 ดอลลาร์/บาร์เรล ใกล้ระดับ 57.69 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ทำไว้ในสัปดาห์นี้   นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต่างก็สนับสนุนให้มีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า นักวิเคราะห์ระบุว่า หากโอเปกและประเทศนอกโอเปกสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปีหน้า ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 65-70 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีหน้า ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน รวมทั้งการที่กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศกวาดล้างการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมกุฎราชกุมารอัลวาลีด บิน ทาลาล และเจ้าชายคนอื่นๆ รวมทั้งรัฐมนตรี มหาเศรษฐี และอดีตเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ทางการซาอุดิอาระเบียออกประกาศเตือนประชาชนมิให้เดินทางเข้าสู่เลบานอน พร้อมกับสั่งชาวซาอุดิอาระเบียที่อยู่ในเลบานอนให้รีบเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คำเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าได้ทำการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังการรุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน นายเธเมอร์ อัล-ซาบาน รมว.ฝ่ายกิจการอ่าวอาหรับของซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า รัฐบาลเลบานอนจะต้องถูกจัดการในฐานะรัฐบาลที่ได้ประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังจากที่ได้ละเลยในการกวาดล้างกลุ่มฮิสบอลลาห์ นายอัล-ซาบานกล่าวว่า เลบานอนจะต้องรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้ และแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินไป ทั้งนี้ เลบานอนได้ถูกดึงเข้าสู่ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน นับตั้งแต่ที่นายซาอัด อัล-ฮารีรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลบานอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ได้กล่าวหาอิหร่าน และกลุ่มฮิสบอลลาห์ในแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งของเขา ที่มา--อินโฟเควสท์ (10/11/2560)  
คณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร (House Ways and Means Committee) มีมติด้วยคะแนนเสียง 24 ต่อ 16 ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยหลังจากนี้จะมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้กับสภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะเพื่อทำการพิจารณาในสัปดาห์หน้า และจากนั้นจะถูกส่งให้กับวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อทำการพิจารณาเป็นลำดับต่อไป   ร่างกฎหมายดังกล่าว หรือที่เรียกว่า "Tax Cuts and Jobs Act" ซึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เปิดเผยรายละเอียดเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% และการลดจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 7 ขั้น เหลือเพียง 4 ขั้น คือ 12%, 25%, 35% และ 39.6% ด้านทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า "การผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับ Tax Cuts and Jobs Act โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือเป็นย่างก้าวที่สำคัญของการบรรเทาภาระภาษีให้กับชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม เรายังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ" ทั้งนี้ สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้วางแผนว่าจะผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับนี้ก่อนช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ และจากนั้นจะส่งต่อให้กับวุฒิสภา เพื่อทำการพิจารณาเป็นลำดับต่อไป อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้เปิดเผยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับของวุฒิสภาเองเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเนื้อหาหลักในร่างกฎหมายมีความแตกต่างจากฉบับของสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งผลให้เกิดความไม่แน่แนอนว่า วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จะสามารถประสานความแตกต่างในเนื้อหาเหล่านี้ ให้ลงตัวได้หรือไม่ ที่มา่--อินโฟเควสท์ (10/11/2560)  
รายงานการประชุมประจำเดือนต.ค.ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งมีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า คณะกรรมการบริหารของ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับการขยายมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน Ffpกรรมการหลายคนได้เน้นย้ำว่า มาตรการที่ BOJ ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น พอเพียงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายโกชิ คาตาโอกะ ซึ่งเข้าร่วมทีมคณะกรรมการบริหารของ BOJ เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้เสนอให้ BOJ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเภทระยะยาว เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 15 ปียังคงอยู่ต่ำกว่า 0.2% แทนที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 10 ปี ให้อยู่ที่ราว 0%อย่างไรก็ตาม กรรมการคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยกรรมการคนหนึ่งกล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือการเฝ้าจับตารอดูสถานการณ์จนกว่าผลของการบังคับใช้มาตรการในปัจจุบันจะออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม"ขณะเดียวกัน กรรมการบริหารอีกคนหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า มาตรการก่อนคลายทางการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน "เป็นมาตรการที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะสามารถสร้างภาวะแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้บริษัทต่างๆสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในปัจจุบันนั้น มีความไม่แน่นอนน้อยที่สุดในแง่ของผลกระทบด้านนโยบายสำหรับการประชุมซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ BOJ มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงนโยบายผ่อนคลายทางการเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%นอกจากนี้ ที่ประชุม BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2560 ขึ้นสู่ระดับ 1.9% จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนก.ค.ที่ระดับ 1.8% พร้อมกับคงการประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่น โดยระบุว่า เศรษฐกิจภายในประเทศ "ขยายตัวปานกลาง"อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม BOJ ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2560 ลงสู่ระดับ 0.8% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.1% เนื่องจากการขยายตัวของค่าจ้างและการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนยังคงซบเซา แม้เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นก็ตามที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า การส่งออกและนำเข้าต่างก็ปรับตัวลงในเดือนก.ย.ทั้งนี้ การส่งออกลดลง 0.4% ในเดือนก.ย. ขณะที่การนำเข้าลดลง 1.0%นอกจากนี้ สำนักงานสถิติยังได้ปรับลดตัวเลขการส่งออกและนำเข้าในเดือนส.ค. โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 2% จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 1.2%การส่งออกที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้รัฐบาลเยอรมนีต้องพึ่งพาการบริโภค การใช้จ่ายของรัฐ และการก่อสร้างเป็นปัจจัยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
นางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อ และพยุงเศรษฐกิจสหรัฐ"ดิฉันคาดว่าการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นกลยุทธที่ดีที่สุดที่เรามีเพื่อทำให้การขยายตัวยืดยาวออกไป" นางเมสเตอร์กล่าวในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนต.ค. เฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้นอกจากนี้ นางเมสเตอร์ไม่ได้แสดงความกังวลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะผลักดันให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น และทำให้เฟดต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น"นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่เราจะพิจารณา เรื่องสำคัญอยู่ที่ว่า สิ่งนี้จะกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อหรือไม่ และเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมันหรือไม่" นางเมสเตอร์กล่าวที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
ธนาคารกลางฝรั่งเศสคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว 0.5% ในไตรมาส 4 โดยจะได้แรงหนุนจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มโลหะ เคมีภัณฑ์ และยานยนต์ธนาคารกลางระบุว่า คำสั่งซื้อได้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 80.6%นอกจากนี้ ธนาคารกลางคาดว่าภาคบริการจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนพ.ย.รัฐบาลฝรั่งเศสหวังที่จะผลักดันการขยายตัวสู่ระดับ 1.8% ในปีนี้ จากตัวเลขเป้าหมายเบื้องต้นที่ระดับ 1.7% โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และในยูโรโซนที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงการประชุมบอร์ด กยท.วาระด่วนวานนี้ (8 พ.ย.) เพื่อแก้ไขสถานการณ์ยางพารา โดยได้มีมติให้ทบทวนวิธีการเข้าตลาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ให้สะท้อนความเป็นจริง ไม่สูงกว่าราคากลางมากเกินไป และให้ปฏิบัติตามระเบียบตลาดกลาง กยท. อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการรับมอบยางภายใน 2 วัน หากเกินกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวัน รวมถึงให้หน่วยธุรกิจพิจารณาการเข้าซื้อยางก้อนถ้วยในพื้นที่จากเกษตรกรโดยตรงเพิ่มเติมผ่านทางตลาดของ กยท. ในภาคอีสาน และขยายเปิดจุดในแต่ละตลาดให้เพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ ให้ กยท. ทบทวนระเบียบการขอสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแปรรูปหรือการตลาด ให้มีความผ่อนปรนขึ้น หรือหาแนวทางเพื่อให้เกษตรกรหันมาแปรรูปมากขึ้นตามข้อเสนอแนะของเครือข่ายเกษตรกรภาคตะวันออกและผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง และพิจารณาปรับปรุงสวัสดิการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับสิทธิมากขึ้นนายสุนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมมีนโยบายให้เร่งผลักดันโครงการสินเชื่อเพื่อดูดซับปริมาณผลผลิตยางพาราของกลุ่มต่างๆ เช่น สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบการขั้นกลางและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในด้านการรับซื้อผลผลิตตามโครงการต่างๆ ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุน“ผลจากการประชุมประเด็นวาระเร่งด่วนเหล่านี้ กยท.จะเร่งดำเนินการพิจารณาและขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเกิดประโยชน์และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน ส่วนประเด็นเรียกร้องที่ไม่ส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ได้มีมติพิจารณา” นายสุนันท์ กล่าวย้ำที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของชาวญี่ปุ่นที่ประกอบอาชีพที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจ ปรับตัวขึ้นในเดือนต.ค. เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยสกุลเงินเยนที่อ่อนค่าและภาวะตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งส่งผลดีต่อผู้ส่งออกและผู้ค้าปลีกดัชนีความเชื่อมั่น diffusion index ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในกลุ่มอาชีพที่อ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ และพนักงานร้านอาหาร อยู่ที่ระดับ 52.2 ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 0.9 จุดจากเดือนก.ย. ซึ่งอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2557ดัชนีที่สูงกว่า 50 หมายความว่า จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่าสภาพเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นมากกว่าที่จะแย่ลง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาขณะเดียวกัน ผลการสำรวจบ่งชี้ว่า ยอดขายของห้างสรรพสินค้าได้รับแรงหนุนจากการอุปโภคบริโภคที่แข็งแกร่ง หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นนอกจากนี้ ผลการสำรวจระบุว่า ยอดขายเสื้อผ้าช่วงฤดูหนาวเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ยอดสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการก่อสร้างสดใสที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันเพื่อเก็งกำไร โดยรายงานระบุว่า ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าต้องการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังเกิดเหตุการณ์รุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 57.17 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 63.93 ดอลลาร์/บาร์เรลตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้ปัจจัยหนุนจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน รวมทั้งการที่กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศกวาดล้างการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมกุฎราชกุมารอัลวาลีด บิน ทาลาล และเจ้าชายคนอื่นๆ รวมทั้งรัฐมนตรี มหาเศรษฐี และอดีตเจ้าหน้าที่อีกหลายคนทั้งนี้ ทางการซาอุดิอาระเบียออกประกาศเตือนประชาชนมิให้เดินทางเข้าสู่เลบานอน พร้อมกับสั่งชาวซาอุดิอาระเบียที่อยู่ในเลบานอนให้รีบเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้คำเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าได้ทำการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังการรุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านเลบานอนได้ถูกดึงเข้าสู่ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน นับตั้งแต่ที่นายซาอัด อัล-ฮารีรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลบานอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ได้กล่าวหาอิหร่าน และกลุ่มฮิสบอลลาห์ในแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งของเขานักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควทส์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)