@ Cepsa เผยรายงานวิเคราะห์เจาะลึกทิศทางพลังงานโลกปี 2030 (15/11/2560)

Cepsa Energy Outlook 2030 คือรายงานวิจัยที่นำเสนอภาพสัดส่วนการใช้พลังงาน (energy mix) ในปี 2030 พร้อมกับตอบคำถามต่างๆ เช่น ประเทศใดและเทคโนโลยีใดที่จะตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน, ผลพวงของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง และระบบขนส่งจะพัฒนาไปอย่างไรเมื่อเทียบกับรถยนต์ส่วนตัว เป็นต้น

ในการศึกษาจากมุมมองด้านพลังงาน Cepsa ได้พิจารณากฎระเบียบข้อบังคับ การผลิต และการใช้พลังงานของภูมิภาคต่างๆ และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้คุมกฎ กลุ่มผู้ผลิต และกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งรายงานฉบับนี้จะแสดงให้เห็นว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการกำหนดทิศทางพลังงาน ในอนาคต

กลุ่มผู้คุมกฎ ประกอบด้วยประเทศในกลุ่ม OECD ทั้งหมดยกเว้นเม็กซิโก ซึ่งมีตลาดพลังงานที่มีการควบคุมอย่างดี และคาดว่าจะมีอุปสงค์พลังงานต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ ต่อมาคือ กลุ่มผู้ผลิต ประกอบด้วยประเทศผู้ส่งออกพลังงานในละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอดีตสหภาพโซเวียต สุดท้ายคือ กลุ่มผู้บริโภค ประกอบด้วยประเทศในเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้พลังงานมหาศาลในอนาคต
ทิศทางพลังงานปี 2030

รายงาน Cepsa Energy Outlook 2030 ระบุว่า ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและครองส่วนแบ่งตลาด มากขึ้น ทว่ายานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้จะยังครองตลาดด้วยสัดส่วน 85%

ขณะเดียวกัน อุปสงค์น้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลง เนื่องจากมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นร่วมด้วย อุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะได้รับแรงหนุนหลักจากชนชั้นกลางในเอเชียที่คาด ว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของการผลิตพลังงานไฟฟ้าในช่วง 15 ปีข้างหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนก๊าซธรรมชาติตามมาเป็นอันดับสอง แต่จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นแค่ 1% เนื่องจากถูกบดบังโดยการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน

น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน จะยังคงครองสัดส่วนพลังงานโลกในปี 2030 แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากก็ตาม

รายงานยังระบุด้วยว่า ประเทศจีน อินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆในเอเชีย จะมีอุปสงค์พลังงานสูงสุด โดยเทียบเท่าน้ำมันดิบ 1,770 ตัน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)

Rate this item
(0 votes)