@ ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินปอนด์ร่วง นลท.วิตกการเมืองอังกฤษหลังส.ส.จ่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯเมย์ (14/11/2560)

สกุลเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในอังกฤษ หลังจากสื่อท้องถิ่นรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหราชอาณาจักรจำนวน 40 คนได้ลงชื่อในหนังสือขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ซึ่งทำให้ขณะนี้เหลืออีกเพียงอีก 8 รายชื่อก็จะสามารถเริ่มกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวผู้นำหญิงอังกฤษได้ อย่างเป็นทางการ

ปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3116 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3200 ดอลลาร์ ในขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะ 1.1668 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1660 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง ที่ระดับ 0.7625 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7659 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน 113.62 เยน จากระดับ 113.56 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9961 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9962 ฟรังก์สวิส

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.11% สู่ระดับ 94.496 เมื่อคืนนี้

ค่าเงินปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐและยูโรเมื่อคืนนี้ เนื่องจากการนักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษ หลังมีรายงานว่าสมาชิกรัฐสภาอังกฤษ 40 คน กำลังยื่นถอดถอนนางเทเรซา เมย์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ทั้งนี้ การยื่นหนังสือขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯเมย์ จะต้องใช้รายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 48 รายชื่อ ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่อไปแล้ว 40 คน

ด้านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในกรอบจำกัดเมื่อคืนนี้ หลังถูกกดดันจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการผลักดันกฎหมาย ปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐได้เปิดเผยรายละเอียดของร่างกฎหมาย ปฏิรูปภาษีของแต่ละสภา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญที่แตกต่างกัน รวมถึงกรอบเวลาในการเริ่มบังคับใช้มาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพ.ย.จากเฟดนิวยอร์ก, ยอดค้าปลีกเดือนต.ค., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาก่อสร้างเดือนต.ค.

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560)

Rate this item
(0 votes)