@ ยางพาราไทยแฮปปี้ “เหินฟ่ง” ตกลงนำเข้าเดือนละ 5,000 ตัน (19/2560)

บึงกาฬ - ชาวสวนยางพาราไทยยิ้มแก้มปริ ภายหลังร่วมงานนิทรรศการยางพาราและอุปกรณ์เสริมยางรถยนต์ประเทศจีนครั้งที่ 8 “เหินฟ่งผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของจีน ตกลงรับซื้อวัตถุดิบยางพาราไทย เดือนละกว่า 5,000 ตัน
       
       เมื่อเร็วๆ นี้ คณะการยางแห่งประเทศไทย และ Smart Farmer เกษตรกรชาวสวนยางไทยในพื้นที่จ.บึงกาฬ มุกดาหาร จันทบุรี และเชียงราย นำโดยนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เดินทางไปร่วมงานนิทรรศการยางพาราและอุปกรณ์เสริมยางรถยนต์ประเทศจีนครั้ง ที่ 8 จัดขึ้นที่ศูนย์แสดงนิทรรศการ เมืองกวางเหลา มณฑลชานตง ซึ่งมีผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลก มาร่วมงานและเจรจาการค้าภายในงานดังกล่าวโดยเกษตรกรชาวสวนยางพาราของไทยได้ รับประโยชน์จากการร่วมงานดังกล่าวมาก
       
       ขณะเดียวกัน คณะการยางแห่งประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดู งานการบริษัทผลิตยางรถบรรทุก บริษัทในเครือของบริษัท เหินฟ่ง จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตยางรายใหญ่ในประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 มีพนักงานมากกว่า 10,000 คนด้วย

     นางกุสุมา หงส์ชูตา เลขาชมรมพ่อค้ายางบึงกาฬ ระบุว่าการลงนามนำเข้ายางพาราไทยอีก 5,000 ตัน จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยได้มาก

   น.ส.จิรดา พูลสวัสดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ผลจากกรร่วมร่วมงานนิทรรศการยางพาราและอุปกรณ์เสริมยางรถยนต์ประเทศจีนครั้ง ที่ 8 ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการ เมืองกวางเหลา มณฑลชานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 15 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น เกษตรกรชาวสวนยางพาราได้รับประโยชน์จากการร่วมงานดังกล่าวมาก โดยภายในงานดังกล่าวบริษัท เหินฟ่ง จำกัด ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของจีน ตกลงที่จะสนับสนุนนำเข้ายางพาราจากประเทศไทยเดือนละ 5,000 ตัน
       
       มีพิธีลงนามระหว่างนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ได้ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงกับนายลู่ ซัว ผู้จัดการบริษัท เหินฟ่ง ผู้ผลิตอุตสาหกรรมยางพารารายใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยสาระสำคัญคือทางบริษัทเหินฟ่ง จะสนับสนุนนำเข้ายางพาราจากเกษตรกรไทยเดือนละ 5,000 ตัน
       
       ทั้งนี้ จากข้อมูลการยางแห่งประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยส่งออกยางพาราไปตลาดโลกปีละประมาณ 4 ล้านตัน กว่าร้อยละ 70 ส่งออกไปที่ประเทศจีน ภารกิจสำคัญของการยางแห่งประเทศไทย คือส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ปลูกยางพารารายย่อย รวมตัวกันนำผลผลิตคุณภาพส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ปัจจุบันการยางแห่งประเทศไทยมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ทั้งสิ้น 1.6 ล้านราย
       
       การลงนามร่วมกันกับบริษัท เหินฟ่ง ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับเอกชนของจีนในการซื้อขายยางพารา ที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม และคาดหวังว่าด้วยความสัมพันธ์อันดีจะนำไปสู่การซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อไปใน อนาคต

ด้านนางกุสุมา หงส์ชูตา เลขาชมรมพ่อค้ายางบึงกาฬ และในฐานะที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท พอใจรับเบอร์บึงกาฬ จำกัด ได้ส่งออกยางแท่ง STR 20 ให้บริษัท เหินฟ่ง มาระยะหนึ่งแล้ว และยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจร่วมกัน แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง ทั้ง 2 องค์กรได้แก้ปัญหาร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ให้ธนาคารจีนสนับสนุนด้านการเงิน เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก เป็นต้น
       
       กรณีทางการยางแห่งประเทศไทย ได้ร่วมลงนามกับบริษัท เหินฟ่ง จำกัด เพื่อสนับสนุนการสั่งยางพารา จากประเทศไทยเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตยางรถยนต์นั้นจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนยางของประเทศไทยโดยตรง ศักยภาพของบริษัท เหินฟ่ง จำกัด ถือเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์อันดับ 2 ของจีน มีความต้องการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบผลิตยางรถยนต์เดือนละ 25,000 ตัน

บริษัท เหินฟ่ง ได้ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และสร้างระบบประกันคุณภาพที่สมบูรณ์แบบ ระบบการจัดการด้านคุณภาพ ISO 9001 ระบบความปลอดภัยคุณภาพของกระทรวงคมนาคมสหรัฐอเมริกา (DOT) ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป (ECE) ปัจจุบันบริษัท เหินฟ่ง ผลิตยางรถยนต์ส่งจำหน่ายทั้งยุโรป อเมริกา แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ
       
       สำหรับการเดินทางมาของคณะการยางแห่งประเทศไทย และ Smart Farmer เกษตรกรชาวสวนยางของประเทศไทยในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าว CCTV ของจีนติดตามสัมภาษณ์ เพื่อเผยแพร่ภารกิจในการเดินทางมาเยือนจีนในครั้งนี้ด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ (วันที่ 18 พฤษภาคม 2560)

Rate this item
(0 votes)