ข่าวเด่น

@ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 34.48/50 แกว่งแคบ มองกรอบพรุ่งนี้ 34.45-34.55 ตลาดห่วงการเมืองสหรัฐไม่แน่นอน (19/05/2560)

จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.47 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่มีปัจจัยที่สำคัญมากในวันนี้ ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบ

กับค่าเงินยูโร เงินเยน และเงินปอนด์ เนื่องจากความกังวลของตลาดจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐ หลังจาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกมองว่ามีการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

"วันนี้บาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ แต่ปัจจัยเรื่องทรัมป์ ได้กดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ในขณะที่เยน ยูโร และ

ปอนด์แข็งค่าขึ้น" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.45 - 34.55 บาท/ดอลลาร์

 
* ปัจจัยสำคัญ

- เย็นนี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 110.38/40 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 111.01 เยน/ดอลลาร์

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1120/1123 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1158 ดอลลาร์/ยูโร

- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,545.88 จุด ลดลง 2.41 จุด (-0.16%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 38,059 ล้านบาท

- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 2,055.36 ลบ.(SET+MAI)

- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน Thailand

Cross Border Trade & Investment Conference ซึ่งในวันนี้มีผู้ร่วมเจรจาจับคู่รวมกว่า 1,000 คน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบ

การไทยสามารถพัฒนาด้านนวัตกรรม และนำพาประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการค้าไตรมาส 1 ของ ปี 2560

และแนวโน้มทั้งปี 2560 พบว่าภาพรวมเศรษฐกิจการค้าไทยไตรมาสแรกของปี 2560 ขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่องจากปี 2559 ทั้ง

เศรษฐกิจการค้าในประเทศและการค้าต่างประเทศ โดยการส่งออกขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 17 ไตรมาส การจัดตั้งนิติบุคคลใน

ประเทศขยายตัวดี การลงทุนโดยตรงของไทยทั้งขาออกและขาเข้าขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่เสถียรภาพด้านราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและ

อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยรวมคาดว่าเศรษฐกิจไทยการค้าไทยทั้งปีจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากปีก่อน

- นักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีท คาดการณ์ว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม

เดือนมิ.ย.เริ่มจะลดน้อยลง หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ว่าความไม่แน่นอนทางการเมือง

ในสหรัฐ อาจจะส่งผลให้การผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องสะดุดลง

ความวิตกกังวลด้านการเมืองในสหรัฐมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ พ้นจาก

ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ซึ่งทำให้มีการมองกันว่าทรัมป์กำลังแทรกแซงการทำงานของ FBI

- สภาแห่งรัฐจีน ประกาศมาตรการลดภาระของบริษัทเอกชนเพิ่มเติม พร้อมให้คำมั่นสนับสนุนแผนแม่บทระดับ

ชาติ "Made in China 2025" มากขึ้น โดยจีนวางแผนที่จะช่วยภาคเอกชนให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานต่อปีลง 1.2 แสน

ล้านหยวน (ราว 1.748 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยอาศัยมาตรการต่างๆ อาทิ การลดต้นทุนด้านการขนส่งและค่าธรรมเนียมทางธุรกิจ

- กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนเม.ย. ลดลงจากช่วง

เดียวกันของปีก่อน 4.3% สู่ระดับ 5.991 หมื่นล้านหยวน (8.7 พันล้านดอลลาร์) ส่วนยอด FDI ในช่วงเดือน 4 เดือนแรกของปีนี้

(ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ 2.8641 แสนล้านหยวน ลดลงเล็กน้อย 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 
Rate this item
(0 votes)